วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2558

แบตเตอรี่สองลูกใช้กับมอเตอร์สามเฟส220/380หนึ่งแรงม้า เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2558 ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” มีเนื้อหาสรุปความตอนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับบทความมีดังนี้ "...วันนี้โลกก้าวหน้าเร็ว เพราะฉะนั้นเรื่องเทคโนโลยี เรื่องความทันสมัยก็เข้ามาเร็ว ขณะที่บ้านเรา คนมีรายได้น้อยยังมีมากอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งของเหล่านี้ ทางคนขายก็อยากจะขายให้ได้มากๆ มีมาตรการมากมายออกมาจูงใจ ทั้งการลดราคา สามารถผ่อนส่งได้ อะไรก็ได้ นี่คือปัญหาหนี้ครัวเรือน เพราะฉะนั้นทุกบริษัท ทุกอะไรก็ต้องมาช่วยกันว่า เราจะช่วยชาติกันอย่างไรตอนนี้ ไม่ใช่ว่าต่างคนก็ต่างมุ่งหวังทำเพื่อให้เกิดรายได้กับตัวเอง กับบริษัทหรือกับกิจการของตัวเองให้มากที่สุด มีการไปหาวิธีการต่างๆ เช่น การออกบัตรเครดิตทีละหลายๆ ใบให้บุคคลคนเดียว จนคนคนนั้นอาจจะไม่มีความสามารถในการชดใช้หนี้ได้ อันนั้นมันก็จะกลายเป็นหนี้ เอ็นพีแอล คราวนี้ถ้าเกิด เอ็นพีแอล ขึ้นมากๆ รัฐบาลก็ต้องเข้ามาดูแลอีก จะดูอย่างไร ถ้ามันมากเกินไป วันนี้เวลานี้ รัฐบาลอยากจะขอให้ช่วยรัฐบาลบ้าง คืออะไรต่างๆ ก็ตามที่จะทำให้ประชาชนนั้นเกิดการอดออมไว้บ้างก็ควรคิด ควรทำได้แล้ว ไม่ใช่ประชาชนเขามีรายได้เท่าไหร่ก็พยายามให้เขานำเงินนั้นมาใช้ทั้งหมด พยายามหาวิธีการทุกอย่างเพื่อจะให้ประชาชนมาทำบัตรเครดิต มาทำประกัน หรือมาทำอะไรมากๆ จนเกินกำลังของเขาเหล่านั้น จริงอยู่มันก็ได้อย่างเสียอย่าง ธุรกิจของท่านก็ดี ปันผลผู้ถือหุ้นก็ดี แต่ดีแน่นอนถ้าหากว่าคนข้างล่างหรือคนที่เขาเป็นหนี้ท่าน เขามีเงินใช้จ่าย ไม่มาเป็นหนี้เอ็นพีแอล ในวันหน้าถ้าใช้หนี้ไม่ได้ก็มาฆ่าตัวตายกันอะไรกัน เพราะใช้หนี้ไม่ได้ ถูกทวงหนี้นอกระบบ ปัญหาแบบนี้มันโยงกันหมด ถ้าทุกคนเอาประโยชน์กันหมดแต่ผลักให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระทั้งหมด มันจะเป็นอย่างไรล่ะ เราจะทำกันแบบนี้หรือ ผมว่าเราต้องเรียนรู้ว่าจะช่วยกันอย่างไร ในเรื่องของการสนับสนุนส่งเสริมซึ่งกันและกัน รัฐบาลไม่เคยสบายใจตราบใดที่เศรษฐกิจยังเป็นอยู่อย่างนี้ ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้ รัฐบาลก็ไม่สบายใจในเรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก เรื่องเศรษฐกิจ แล้วก็เรื่องคนที่มีรายได้น้อย มีหนี้ มีภาระที่ยากต่อการดำเนินชีวิต ผมเห็นพวกเขาลำบากมานานแล้วด้วยตั้งแต่ก่อนผมเป็นนายกรัฐมนตรีอีก..." นอกจากประเด็นหลักแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่ออีกว่า "....ผมย้ำทุกอย่างว่า ให้นำหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาทั้งสิ้น คือต้องมีเหตุมีผล มีความพอดีพอประมาณ ท้ายสุดคือมีภูมิคุ้มกันที่ดี สำหรับภูมิคุ้มกันที่ดีก็คือว่า จะทำอะไรต่อไปก็คิดทบทวนให้ดี มีความรู้ มีคุณธรรม เราพร้อมหรือยัง ถ้าพร้อมก็ทำต่อ ถ้าไม่พร้อมก็อย่าเพิ่ง ก็ทำให้พอเพียงไปก่อนโดยใช้เงินอย่างพอประมาณมีเหตุมีผล วันนี้ท่านที่เป็นลูกหลานก็ต้องเข้าใจคุณพ่อคุณแม่ด้วย เพราะบางทีพ่อแม่เราก็ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกับคนอื่นใครเขา แต่เราดันอยากได้ใคร่มีของเหมือนเพื่อนเขา...อันนี้ผมคิดว่าสำคัญที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลได้พูดจากใจในนามคนทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองแล้ว เราๆ ท่านๆ ที่เป็นคนไทย เป็นพลเมืองไทยที่กำลังจะเป็นใหญ่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สมควรทำเรื่องเล็กๆ ได้แล้วในเวลานี้คือ ช่วยรัฐบาลไทยด้วยการดำเนินธุรกิจการค้าด้วยความเป็นธรรม นึกถึงใจเขาใจเรา คำนึงถึงบ้านถึงเมือง ก่อนคิดถึงเรื่องกำไรของกิจการ เพราะถ้าทำกัน กินกัน กอบโกยจนไม่เหลือประเทศไทยแล้ว เราก็ไม่ต่างกับคนไร้รัฐที่ทุกชาติกำลังแก้ปัญหาการอพยพ การค้ามนุษย์เฉกเช่นทุกวันนี้...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น