วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลสตรัสรู้ชอ...

1 ความคิดเห็น:

  1. #การที่เราแต่ละคนๆนะจะบรรลุพระโสดาบันบรรลุพระสกทาคามีอนาคามีบรรลุพระอรหันต์ก็เดินอยู่ในร่องรอยอันเดียวกันทั้งหมดเลยเราต้องมาเห็นความเป็นจริงของรูปของนามเห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกนะจนจิตมันเป็นกลาง จิตมันเป็นกลางแล้วถึงจะมีโอกาสเกิดอริยมรรค#ความเป็นกลางต่อสังขารนี่นะความเป็นกลางต่อความปรุงแต่งทั้งหลายทั้งปวงนี้แหล่ะคือประตูแห่งการบรรลุมรรคผลถ้าเรายังภาวนาไม่สามารถเข้ามาสู่ความเป็นกลางต่อรูปนามต่อความปรุงแต่งได้ด้วยปัญญายังไกลกับมรรคผลอยู่อย่างถ้าเราเป็นกลางด้วยสติเป็นกลางด้วยสมาธิยังไกลต่อมรรคผลอยู่แต่#ถ้าเราอบรมปัญญามากพอนะมีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริงด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางมากเข้่าๆนะตรงที่ตั้งมั่นและเป็นกลางเป็นกลางด้วยสมาธิเป็นกลางด้วยสติด้วยสมาธิในที่สุดจิตจะเกิดปัญญาเห็นว่าทุกอย่างเป็นของชั่วคราวเท่าๆกันหมดเลยตรงนี้จะเป็นกลางด้วยปัญญาเมื่อมันเป็นกลางด้วยปัญญาจิตจะหมดความดิ้นรนหมดความปรุงแต่งหมดการแสวงหาหมดกิริยาอาการทั้งหลายจิตชนิดนี้แหล่ะพร้อมที่จะสัมผัสกับพระนิพพานบางคนจิตจะรวมเข้าอัปปนาสมาธิแล้วผ่านกระบวนการแห่งอริยมรรค แต่บางคนมาถึงสังขารุเปกขา(ญาณ)แล้วนะ จิตถอยออกมาอีก เสื่อมไปเลยก็ได้ บางคนไปอยู่ตรงนี้นะ แล้วปรารถนาพุทธภูมิก็ได้ เป็นทางแยกไปพุทธภูมิเพราะงั้นจะเป็นพระโพธิสัตว์ หรือจะเป็นพระอริยสงฆ์เป็นสาวกธรรมดา ก็ต้องฝึกจนกระทั่งได้สังขารุเปกขาญาณ ถ้าไม่มีสังขารุเปกขาฯเนี่ย พระโพธิสัตว์ก็อยู่ไม่รอดหรอก เดี๋ยวเจอความทุกข์เข้าก็ถอย ไม่เป็นกลางกับความทุกข์งั้นพวกเราทุกคนนะ รู้เป้าหมายของเรา เราจะต้องพัฒนาจิตใจของตนเอง จนวันหนึ่งมันเป็นกลางต่อความปรุงแต่งทั้งปวง เช่นเป็นกลางต่อความสุขความทุกข์ เป็นกลางต่อกุศลอกุศล เป็นกลางต่อความยินดียินร้ายทั้งหลาย จะเป็นกลางได้นะ อาศัยมีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง รู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่น รู้ด้วยจิตที่เป็นกลาง เป็นกลางตัวนี้กลางด้วยสติด้วยสมาธิไปก่อน แล้วสุดท้ายมันจะกลางด้วยปัญญา

    ตอบลบ