วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การเจริญสติและกรรมฐานจากเรื่องความตายใช่น่ากลัวอย่างที่คิด โดย ภิกษุ นิรนามหากจะถามว่าคนเรามีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด? คำตอบคงออกมาในลักษณะที่แตกต่างกัน บ้างว่า มีชีวิตเพื่อความร่ำรวย บ้างว่าเพื่อความรัก บ้างว่าเพื่อชื่อเสียง บ้างว่าเพื่อหากินไปวันๆ ไม่ว่าคำตอบ จะออกมาแตกต่างกันอย่างไรก็ตาม หากจะสรุปคำตอบเหล่านั้นลงในคำๆเดียวว่า “มีชีวิตเพื่อแสวงหา ความสุข” คงไม่มีใครปฏิเสธว่าคำตอบนี้ไม่ถูกต้อง เพราะอย่างน้อยที่สุดคงไม่มีใครมีชีวิตเพื่อแสวงหา ความทุกข์แน่นอน แม้จะมีข้อสรุปว่าคนเรามีชีวิตเพื่อแสวงหาความสุข แต่หากลองพิจารณาดูชีวิตของแต่ละคนแล้ว กลับพบว่าไม่มีใครที่มีความสุขแท้จริงสักคนเดียว มีแต่ความสุขจอมปลอม ชั่วครู่ชั่วคราว ขาดๆหายๆ ครึ่งๆกลางๆ สุขบ้างทุกข์บ้าง สลับกันไป เช่นนั้นทำอย่างไรจึงจะมีความสุขที่สมบูรณ์ แท้จริง ยั่งยืนถาวร ความสุขก็เช่นเดียวกับสังขาร ธรรมอื่นๆ ย่อมเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยหลายๆประการประกอบกัน ช่วยกันอุดหนุนให้ความสุขเกิดขึ้นและ ตั้งอยู่ได้ หากต้องการความสุขที่สมบูรณ์แท้จริง ยั่งยืนถาวร ก็ต้องทำเหตุปัจจัยเหล่านั้นให้พร้อม ก็จะได้ความสุขดังหวัง ความสุขนอกจากจะเกิดจากเหตุปัจจัยหลายประการแล้ว ความสุขก็ยังมีเสี้ยนหนามที่คอยทิ่มตำ ความสุขให้ได้รับความเจ็บปวด คอยทำลายความสุขให้กลับกลายเป็นความทุกข์อยู่เสมอๆ ในบรรดา เสี้ยนหนามทั้งหลายของความสุข สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือความกลัวตาย ความตายเป็นความสิ้นสุดของชีวิต ซึ่งคู่กับความเกิดคือการเริ่มต้นของชีวิต เพราะฉะนั้นสำหรับ ชีวิตที่เกิดมาแล้วก็ไม่มีทางหนีความตายได้พ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ความตายก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางออกเสียเลยทีเดียว แม้เราจะหนีความตายไม่พ้น แต่เราก็มีวิธีปฏิบัติที่จะอยู่เหนือ ความตายคือไม่เป็นทุกข์เพราะความตายเป็นเหตุ เมื่อเราปฏิบัติตามวิธีนั้นแล้ว ความกลัวตายก็จะ ถูกทำลายลง จิตใจก็จะอยู่เหนือความตาย ชีวิตของเราก็จะมีความสุขที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นจึงควรทำ ความรู้จักกับความตายในแง่มุมต่างๆ รวมทั้งวิธีปฏิบัติเพื่อให้จิตใจอยู่เหนือความตาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น