วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วิธีบัดกรีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 2 บาปกรรมที่ทำไว้ ผู้ใดละเสียได้ด้วยกุศล ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว ดุจดวงจันทร์พ้นจากเมฆ ฉะนั้น
ช้าก่อนไม่พึงด่วนทำกาละแปลว่าอย่าพึ่งตายยังไม่ถึงเวลา.. บาปกรรมที่ทำไว้ ผู้ใดละเสียได้ด้วยกุศล ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว ดุจดวงจันทร์พ้นจากเมฆ ฉะนั้น
คาถาธรรมบท ภาษาไทย ฉบับสมบูรณ์ บาปกรรมที่ทำไว้ ผู้ใดละเสียได้ด้วยกุศล ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว ดุจดวงจันทร์พ้นจากเมฆ ฉะนั้น
คาถาธรรมบท ภาษาไทย ฉบับสมบูรณ์ อุฏฺานกาลมฺหิ อนุฏฺหาโน ยุวา พลี อาลสิย อุเปโต สสนฺนสงฺกปฺปมโน กุสีโต ปญฺาย มคฺค อลโส น วินฺทติ. " ก็บุคคลยังหนุ่มแน่นมีกำลัง (แต่) ไม่ขยันใน กาลที่ควรขยัน เข้าถึงความเป็นผู้เกียจคร้าน มีใจ ประกอบด้วยความดำริอันจมแล้ว ขี้เกียจ เกียจคร้าน ย่อมไม่ประสบทางด้วยปัญญา."
วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557
จิตของเราถึงธรรมปราศจากเครื่องปรุงแต่งแล้ว ฐานแห่งจิตจะอยู่ไม่คงที่ เปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย แต่ว่าอยู่ในกายแน่นอน ไม่ต้องไปหานอกกาย ... ไม่ใช่จิต แต่จิตนั้นโดยตัวมันเองก็ไม่ใช่จิต ขอให้เลิกละการคิดและการอธิบายเสียให้หมดสิ้น .... เมื่อสังขารดับได้แล้ว ความเป็นตัวเป็นตนก็จะไม่มี เพราะไม่ได้เข้าไปเพื่อปรุงแต่ง .... เมื่อเราสังเกตกิริยาจิตไปเรื่อยๆ จนเข้าใจถึงเหตุปัจจัยของอารมณ์ความนึกคิด
สู้ทีไรชั้นแพ้ทุกทีเลย เพราะต่อไปนี้ไม่สู้กิเลสแล้ว จะรู้มันไปเรื่อยๆ นี...เราภาวนาไปแล้วเราจะไม่ได้อะไรมา และเราจะไม่ได้เสียอะไรไป เพราะเราไม่มีอะไรอยู่ตั้งแต่้แรกแล้ว จะไม่มีอะไรเลย จิตถัดจากนั้นจะเป็นอย่างไร จิตที่ปล่อยวางจิตไปแล้ว จะมีแต่ความสุขล้วนๆ ยืนเดินนั่งนอนมีแต่ความสุขล้วนๆเลย เกิดอะไรขึ้น จิตจะไม่มีกระเพื่อมไหวเลย กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับธรรมชาติ ฉะนั้นจิตกับธรรมะก็เป็นอันเดียวกัน หลอมหลวมเข้าด้วยกัน จิตที่หลอมรวมเข้ากับธรรมแล้ว จิตกับธรรมะก็เป็นอันเดียวกัน จิตอันนั้นเรียกว่า “พระสงฆ์” จิตอันนั้นเป็น “พระพุทธ-พุทธะ” พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกัน
สู้ทีไรชั้นแพ้ทุกทีเลย เพราะต่อไปนี้ไม่สู้กิเลสแล้ว จะรู้มันไปเรื่อยๆ นี...อย่าไปเล่น ตามเกมส์ ของกิเลส เพียงสังเกต นิ่งดู,รู้ อยู่เฉยๆ เป็นเพียงผู้ดู ไม่เป็นผู้เป็น อย่าละเลย จะเสบย สังขารที่ปรุง ดับไปเอง ไม่ถอย ไม่สู้ ไม่อยู่ไม่หนี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)